10 วิธีการออมเงินให้อยู่ สร้างเงินเก็บและความมั่งคั่งในระยะยาว
นอกจากการนำเงินไปลงทุน การออมเงินสดไว้ติดตัวก็ยังถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะเราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่าอนาคตจะต้องพบเจอกับอะไรบ้างที่ต้องใช้เงินในยามฉุกเฉิน ซึ่งแต่ละคนก็จะมีภาระทางการเงินที่ต่างกันออกไป เช่น การชำระหนี้ การดูแลคนในครอบครัว ออมเงินให้ลูก การดูแลสุขภาพ ฯลฯ ทำให้การวางแผนทางการเงินด้วยวิธีการออมเงินสำรองไว้ใช้ส่วนหนึ่งถือว่ามีความจำเป็น
แต่หลายคนมักติดปัญหาการออมเงินที่ว่าไม่สามารถออมเงินได้อยู่อย่างที่คาดไว้ เป็นผลจากหลายปัจจัยจากการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วย 10 วิธีออมเงินให้อยู่ ที่ผมได้รวบรวมเทคนิคการออมเงินไว้ในบทความนี้ หากอยากรู้ว่ามีวิธีการออมเงินยังไงบ้าง แล้วความสำคัญของการออมคืออะไร ไปดูกันเลยครับ
การออมเงิน คืออะไร?
การออมเงิน คือ การแบ่งเงินจากรายได้บางส่วนเพื่อการเก็บเป็นเงินก้อนไว้ใช้ในยามจำเป็น หลายคนมักเก็บเงินจากการเปิดบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงเพื่อให้ได้เงินปันผลที่ดี หรือนำไปใช้ตามเป้าหมายที่ต้องการ เช่น แผนออมเงินไปเที่ยว การออมเงินซื้อสิ่งที่ชื่นชอบ เงินออมเพื่อวางแผนเกษียณ ฯลฯ ซึ่งความสำคัญของการออมเงินคือเป็นหนึ่งวิธีสร้างนิสัยความมีวินัยหลักการออมเงินที่ดี แม้จะออมเงินไปใช้จ่ายอะไรก็ตาม อีกทั้งการออมเงินยังช่วยให้เรามีเงินไว้ใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉิน โดยที่ไม่จำเป็นต้องกู้เงินให้เสียดอกเบี้ย
ประโยชน์ของการออมเงิน เปลี่ยนชีวิตให้ดีเพื่ออนาคต
แม้จะออมเงินทีละน้อยต่อเดือน แต่การออมเงินก็ยังมีประโยชน์ที่หลากหลายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งยังส่งผลดีต่ออนาคตของเรา ซึ่งประโยชน์ของการออมเงินประกอบไปด้วย
- ทำให้เรามีความมั่นคงทางการเงิน พร้อมรับมือกับการเผชิญปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
- ช่วยลดความเครียดเรื่องค่าใช้จ่าย และสร้างความอุ่นใจจากการวางแผนทางการเงินได้ดี
- เพื่อการลงทุน แน่นอนว่ามีเงินก้อนย่อมได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่า
- ออมระยะยาวเพื่อเตรียมเกษียณ มีเงินใช้เพียงพอตลอดบั้นปลายของชีวิต
10 วิธีการออมเงินแบบได้ผลจริง ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน
มาถึงหัวข้อไฮไลท์ของบทความนี้กันแล้วกับวิธีการออมเงิน 10 วิธี ที่เราคัดสรรหลักการออมเงินที่กา-รันตีว่าได้ผลจริง ออมเงินได้อยู่หมัด และเป็นสูตรการออมเงินที่สร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาว ซึ่งจะมีวิธีวิธีออมเงินอย่างฉลาดแบบไหนบ้าง ไปดูกันเลยครับ
1. กำหนดงบประมาณรายเดือน
การออมเงินที่ดีต้องเริ่มจากกำหนดงบประมาณที่ต้องออมเงิน โดยเราจะต้องคำนวณรายได้ทุกช่องทางที่มี นำมารวมกันเป็นจำนวนเท่าไหร่ เพื่อนำมาดูภาพรวมว่าเราต้องแบ่งสัดส่วนค่าใช้จ่ายอย่างไรบ้างอย่างเหมาะสม ซึ่งรวมถึงการคำนวณเงินออมไว้ด้วยเช่นกัน ซึ่งการกำหนดงบประมาณรายเดือนก่อนเริ่มต้นออมเงินถือเป็นวิธีแบ่งเงินเก็บเริ่มต้นที่ดี
2. แบ่งเงินออมทันทีหลังจากได้รับรายได้
เมื่อกำหนดงบประมาณที่ต้องการออมเงินแล้ว หลังจากได้รับรายได้ควรแบ่งออมเงินทันที เนื่องจากหลายคนมักใช้วิธีใช้เงินตลอดทั้งเดือน หากเหลือเท่าไหร่ก็เก็บเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าเป็นวิธีที่ไม่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งส่วนใหญ่แล้วไม่ว่าใครเลือกใช้วิธีนี้ก็มักเงินหมดก่อนและไม่มีเหลือออมเงินในช่วงท้ายเดือน ทำให้การแบ่งออมเงินทันทีหลังได้รับรายได้ทุกเดือนจึงเป็นวิธีเก็บเงินที่ดีกว่า และมีประสิทธิภาพมากกว่า
3. ใช้กฎการออม หักเดือนละ 10% ของรายได้
สำหรับบางคนการกำหนดงบประมาณที่ต้องการออมเงินอาจไม่ใช่วิธีที่เหมาะสม เพราะบางคนมีภาระค่าใช้จ่ายที่สูงต่อเดือน ซึ่งผมแนะนำว่าควรหักออมเงินจากรายได้อย่างน้อย 10% เช่น มีรายได้ต่อเดือน 10,000 บาท แบ่งการออมเงิน 1,000 บาทเป็นอย่างน้อย เพื่อให้เรายังคงออมเงินตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แม้จะเป็นการเริ่มต้นที่เก็บเงินได้ไม่เยอะ แต่เราก็อุ่นใจได้ว่าอย่างน้อยเราก็ยังพอมีเงินสำรองฉุกเฉิน
4. เปิดบัญชีเงินฝากประจำ
หากเราเปิดบัญชีออมทรัพย์ทั่วไปก็มีความเสี่ยงที่เราอาจดึงเงินออมออกมาใช้สุรุ่ยสุร่าย ฉะนั้นควรเลือกเปิดบัญชีเงินฝากประจำ ที่จะบังคับให้เราไม่สามารถถอนเงินได้ และยังมีข้อดีที่ให้อัตราดอกเบี้ยปันผลที่ดีอีกด้วย ทำให้ได้ทั้งการออมเงิน และได้เงินปันผลจากอัตราดอกเบี้ยไปพร้อมกันครับ ซึ่งแนะนำว่าควรมีการเลือกเปิดบัญชีที่ให้อัตราดอกเบี้ยและการฝากประจำที่เหมาะสมกับตัวเองด้วยนะครับ
5. ตั้งการหักบัญชีอัตโนมัติ
การหักเงินจากรายได้ขั้นต่ำ 10% ควรมีการตั้งค่าบัญชีธนาคารที่ใช้รับรายได้ให้ตัดการออมเงินอัตโนมัติ เพื่อช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาโอนเงินไปมา อีกทั้งยังเป็นการบังคับตัวเองว่าเราต้องออมเงินในทันทีหลังจากได้รับรายได้ ทำให้เงินส่วนที่เหลือสามารถนำไปจัดการภาระค่าใช้จ่ายได้แบบไม่ต้องกังวล
6. เก็บออมเศษเหรียญหรือเงินทอน
หลังจากที่เราใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และได้แบงก์ย่อยหรือเศษเหรียญเป็นเงินทอนเหลือใช้ สำหรับเงินในส่วนนี้ก็นำไปออมเงินได้เช่นกัน แม้หลายคนมองว่าเป็นจำนวนออมเงินที่เล็กน้อย แต่ลองคิดภาพว่าเราเหลือใช้ 20 บาทตลอด 30 วัน กลายเป็นเราได้ออมเงินเพิ่มขึ้น 600 บาทต่อเดือน ซึ่งถือเป็นจำนวนออมเงินที่เพิ่มขึ้นมาค่อนข้างเยอะพอสมควร ทำให้วิธีนี้ถือเป็นการออมเงินที่ตอบโจทย์กับหลาย ๆ คน
7. ใช้เงินสดแทนบัตรเครดิตเพื่อควบคุมการใช้เงิน
การออมที่ดีแนะนำว่าควรใช้เงินสดแทนบัตรเครดิต เนื่องจากว่าเราอาจมีการใช้บัตรเครดิตเกินวงเงินซึ่งนำไปสู่ปัญหาการต้องหยิบเงินออมออกมาใช้งาน หรือแย่ไปกว่านั้นอาจต้องกลายเป็นหนี้บัตรเครดิตอย่างเลี่ยงไม่ได้ และไม่สามารถปิดหนี้ประเภทนี้ได้ง่าย ๆ จากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ ฉะนั้นหากโฟกัสการออมเงินควรใช้เป็นเงินสดเพื่อลิมิตการใช้เงินของตัวเองย่อมดีกว่าครับ
8. ออมเงินด้วยการซื้อกองทุนที่เหมาะกับตัวเอง
อีกหนึ่งวิธีการออมที่ดีแต่ต้องหาความรู้เพิ่มเติมอย่างการซื้อกองทุนที่เหมาะสม เนื่องจากกองทุนแต่ละตัวมีความเสี่ยงต่างกันไป และจะต้องมีการออมเงินเข้าไปในกองทุนระยะยาวเป็นหลักปี เพื่อสร้างยอดปันผลที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของกองทุนที่เราเลือกซื้อ เป็นรูปแบบการออมเงินที่หลายคนเลือกใช้ แต่ต้องระวังการเลือกกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงเกินไป เพราะอาจทำให้ขาดทุนและเสียเงินไปอย่างสูญเปล่า
9. ตั้งเป้าหมายการออมระยะสั้นและระยะยาว
การตั้งเป้าหมายออมเงินถือเป็นอีกสิ่งที่สำคัญ ซึ่งตามปกติแล้วสามารถออมเงินได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยการออมเงินระยะสั้นเป็นรูปแบบที่เน้นเก็บเงินฉุกเฉิน เก็บเงินท่องเที่ยว ออมเงินเพื่อทำสิ่งที่ต้องการ หรือออมเงินเพื่อจุดประสงค์อื่น ๆ กับการออมเงินระยะยาวคือเน้นออมเงินเพื่อวางแผนเกษียณจากการทำงาน การลงทุนหุ้นหรือกองทุนปันผล การซื้อทรัพย์สินที่มีมูลค่าที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี เป็นต้น
10. หาตัวช่วยในการวางแผนการเงิน
สุดท้ายแล้วลองวิธีการออมเงินทั้ง 9 ก็ยังไม่สามารถออมเงินได้อยู่ ฉะนั้นลองหาที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อวางแผนการออมเงิน และช่วยเพิ่มสภาพความคล่องทางการเงิน เพราะที่ปรึกษาทางการเงินสามารถวางแผนได้ตามภาระค่าใช้จ่ายที่คุณมี และจะมีการจัดสรรให้เป็นอย่างดีว่าควรเก็บเงินอย่างไร ลงทุนอะไร เพื่อให้ที่ปรึกษาได้เข้าใจถึงภาระทางการเงินของเรา พร้อมช่วยหาทางออกสำหรับการออมเงินอย่างมีประสิทธิภาพ
สรุป
นอกจากทั้ง 10 วิธีการออมเงินที่ผมนำมาแนะนำให้กับทุกคนในบทความนี้ ผมเชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนยังมีวิธีออมเงินที่สร้างสรรค์และได้ผลดีมากกว่า แต่ถ้าหากใครที่ยังไม่สามารถออมเงินได้อยู่จริง ๆ ทาง Refinn ของเราก็มีบริการช่วยเหลือเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบริหารสภาพความคล่องทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าใครก็มีทางออกเรื่องออมเงินได้ เพียงยื่นมือเข้ามาให้เราได้ช่วยเหลือ